counter 3,193

ฝันตอนเย็นๆ...บรื๋อ...

วันนี้นอนตอนเย็น แบบว่าเมื่อคืนทำงานดึกไปนีสสสส

นอนมันซะเกือบตีสี่แล้ว ตื่นมาเก้าโมงกว่าๆ มันรู้สึกยังง่วงอยู่งัยแต่ต้องตื่น

 

พอเที่ยงแม่ชวนไปเดิน คลองถม ก้อนะจอดรถ ตรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ก้อเดินยาวเลยตั้งแต่ พาหุรัต ไปสะพานหัน ข้ามไปสำเพ็ง

กว่าจะถึงคลองถมจริง ก้อเสียเงินไปเยอะแล้ว ก้อเล่นแวะกันรายทางเลย

แต่ได้ของใหญ่จริงๆ ก้อ เครื่องตัดหญ้านี่แหละ ขากลับไม่สามารถค๊า

ต้องขึ้นตุ๊กๆ กลับมาที่รถ....555

 

ถึงบ้านก้อ 4 โมงกว่าแล้วมั้ง  วันนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไร

ท้องเสีย เมารถ ถึงบ้านก้อนอนเลยเข้าไปนอนห้องแม่ ไม่ไหวมันร้อน

ก้อขึ้นมาเปิดแอร์ห้องตัวเองก้อยังร้อน วันนี้แดดแรงมากๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว

ก้อหลับไป  (ผู้ใหญ่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็น ไม่ใช่ไม่เชื่อน่ะ

แต่วันนี้มันไม่ไหวงัย ร่างกายมันแย่ๆ )

 

ก้อฝันว่า อยู่ที่บ้านอาม่าที่สำเพ็ง มันเป็นตึกแถว อยู่ติดถนนในซอย

ในฝันก้อคิดนะว่าทำไมไม่เปิดไฟกันมันมืดๆ แบบบ้านไม้น่ะ

เป็นตึกแถวเก่า ที่บันไดกะตัวบ้านบางส่วนจะเป็นไม้

แต่เราไม่ได้ไปที่นี่นานแล้วน่ะ จะเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่อาม่าเสีย

ก้อไม่ได้ไปอีกเลย แค่ผ่านๆ แต่ไม่ได้เข้าไปเลย

ในฝันก้อว่าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก้อมีคนแก่ผู้หญิงมาทักตรงระหว่างบันได

ในฝันก้อว่าคนนี้ไม่ใช่คนน่ะ แต่ในฝันก้อไม่ได้กลัวเท่าไหร่

เค้ามาทักเหมือนเตือนให้รีบๆ เดินขึ้นไป เพราะความรู้สึกมันบอกว่า

ตรงบันไดเนี่ยไม่ปลอดภัย ต้องจับราวบันไดไว้ให้แน่นๆ

ไม่งั้นจะมีคนดึงขาเอาไว้ ก้อเลยรีบขึ้นไปหา อี๊ๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างบน

พอจะลงก้อนึกได้ว่าเค้ามาเตือนน่ะ ให้จับแน่นๆ ก้อจริง

พอก้าวลงมันเหมือนมีคนมาจับขาไว้จะให้ตก แต่เราคอยระวังแล้วไง

ในฝันก้อนึกขอบคุณเค้าที่มาเตือนน่ะ ก้อฝันต่อเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ฝันเหมือนเราใช่ชีวิตปกติเลย รู้สึกว่าฝันนานมาก

เพราะได้คุยกับคนหลายคนเลย แต่ความรู้สึกมันติดอยู่

ตรงบันไดนั้นแหละ (กลัวมือที่มันจะจับมากกว่า T__T)

 

พอตื่นขึ้นมาเกือบทุ่มได้แล้วล่ะมั้ง เดินลงไปถามแม่เลยว่า

เจ้าที่บ้านนั้นเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย

เพราะจำได้ว่า อาม่าเคยเจอท่าน

ความรู้สึกแรกที่ตื่นมาของเราคือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าที่บ้านนั้น

แต่เราก้อไม่แน่ใจหรอก แต่เค้าใจดีน่ะ

ก้อจำได้ว่าบ้านอาม่า น่ะเค้าเอาเจ้าที่แบบของจีนที่ตั้งพื้นน่ะ

ไว้ที่ตรงกลางบันได  ก้อเลยคิดว่า

คงเป็นเจ้าที่เค้ามาช่วยเอาไว้ มาเตือนให้ระวั

 

พอเล่าให้พ่อกะแม่ ฟังก้อพูดพร้อมกันเลยว่า

บอกแล้วว่าไม่ให้นอนตอนเย็น เค้าเรียกผีตากผ้าอ้อม

(ก้อร่างกายมันตื่นไม่ไหวแล้ว แต่ฝันตลอดจนตื่น

มันไม่ดีเลย พลังงานมันคงหมดไปกะความฝันน่ะ

ตื่นมามันก้อยังเหนื่อย ยังเพลียอยู่ดี)

แต่วันนี้ฟ้าไม่เหลืองสักหน่อย แต่ว่าเมื่อกี้นี้ออกไป

เซเว่นฯ ฝนตกหนักมาก สงสัยวันนี้มันร้อนมาทั้งวันแล้ว...

 

ps.งานส่วนหนึ่งเกือบเสร็จแล้ว

     แต่มันมีงานอื่นรออีก บอกแล้วว่าช่วงนี้งานมันเค้า เฮ้อ...

     เอาเฮอะมันก้อเพลินดี (ไม่เพลินได้ไง นอนไปด้าย ตั้งเกือบตีสี่ บ้าแล้ว)

 

ps..ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะค๊า เพราะมากค๊า

      ฝังวนไปซะเกือบตีสี่นั่นแหละ

      แต่ใจมันดันไปอยู่กะเพลงมากกว่างานนะนั้น

      ขอบคุณคร้าบ....ขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงด้วยค๊า...

 

 

ฝันตอนเย็นๆ...บรื๋อ...

วันนี้นอนตอนเย็น แบบว่าเมื่อคืนทำงานดึกไปนีสสสส

นอนมันซะเกือบตีสี่แล้ว ตื่นมาเก้าโมงกว่าๆ มันรู้สึกยังง่วงอยู่งัยแต่ต้องตื่น

 

พอเที่ยงแม่ชวนไปเดิน คลองถม ก้อนะจอดรถ ตรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ก้อเดินยาวเลยตั้งแต่ พาหุรัต ไปสะพานหัน ข้ามไปสำเพ็ง

กว่าจะถึงคลองถมจริง ก้อเสียเงินไปเยอะแล้ว ก้อเล่นแวะกันรายทางเลย

แต่ได้ของใหญ่จริงๆ ก้อ เครื่องตัดหญ้านี่แหละ ขากลับไม่สามารถค๊า

ต้องขึ้นตุ๊กๆ กลับมาที่รถ....555

 

ถึงบ้านก้อ 4 โมงกว่าแล้วมั้ง  วันนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไร

ท้องเสีย เมารถ ถึงบ้านก้อนอนเลยเข้าไปนอนห้องแม่ ไม่ไหวมันร้อน

ก้อขึ้นมาเปิดแอร์ห้องตัวเองก้อยังร้อน วันนี้แดดแรงมากๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว

ก้อหลับไป  (ผู้ใหญ่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็น ไม่ใช่ไม่เชื่อน่ะ

แต่วันนี้มันไม่ไหวงัย ร่างกายมันแย่ๆ )

 

ก้อฝันว่า อยู่ที่บ้านอาม่าที่สำเพ็ง มันเป็นตึกแถว อยู่ติดถนนในซอย

ในฝันก้อคิดนะว่าทำไมไม่เปิดไฟกันมันมืดๆ แบบบ้านไม้น่ะ

เป็นตึกแถวเก่า ที่บันไดกะตัวบ้านบางส่วนจะเป็นไม้

แต่เราไม่ได้ไปที่นี่นานแล้วน่ะ จะเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่อาม่าเสีย

ก้อไม่ได้ไปอีกเลย แค่ผ่านๆ แต่ไม่ได้เข้าไปเลย

ในฝันก้อว่าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก้อมีคนแก่ผู้หญิงมาทักตรงระหว่างบันได

ในฝันก้อว่าคนนี้ไม่ใช่คนน่ะ แต่ในฝันก้อไม่ได้กลัวเท่าไหร่

เค้ามาทักเหมือนเตือนให้รีบๆ เดินขึ้นไป เพราะความรู้สึกมันบอกว่า

ตรงบันไดเนี่ยไม่ปลอดภัย ต้องจับราวบันไดไว้ให้แน่นๆ

ไม่งั้นจะมีคนดึงขาเอาไว้ ก้อเลยรีบขึ้นไปหา อี๊ๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างบน

พอจะลงก้อนึกได้ว่าเค้ามาเตือนน่ะ ให้จับแน่นๆ ก้อจริง

พอก้าวลงมันเหมือนมีคนมาจับขาไว้จะให้ตก แต่เราคอยระวังแล้วไง

ในฝันก้อนึกขอบคุณเค้าที่มาเตือนน่ะ ก้อฝันต่อเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ฝันเหมือนเราใช่ชีวิตปกติเลย รู้สึกว่าฝันนานมาก

เพราะได้คุยกับคนหลายคนเลย แต่ความรู้สึกมันติดอยู่

ตรงบันไดนั้นแหละ (กลัวมือที่มันจะจับมากกว่า T__T)

 

พอตื่นขึ้นมาเกือบทุ่มได้แล้วล่ะมั้ง เดินลงไปถามแม่เลยว่า

เจ้าที่บ้านนั้นเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย

เพราะจำได้ว่า อาม่าเคยเจอท่าน

ความรู้สึกแรกที่ตื่นมาของเราคือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าที่บ้านนั้น

แต่เราก้อไม่แน่ใจหรอก แต่เค้าใจดีน่ะ

ก้อจำได้ว่าบ้านอาม่า น่ะเค้าเอาเจ้าที่แบบของจีนที่ตั้งพื้นน่ะ

ไว้ที่ตรงกลางบันได  ก้อเลยคิดว่า

คงเป็นเจ้าที่เค้ามาช่วยเอาไว้ มาเตือนให้ระวั

 

พอเล่าให้พ่อกะแม่ ฟังก้อพูดพร้อมกันเลยว่า

บอกแล้วว่าไม่ให้นอนตอนเย็น เค้าเรียกผีตากผ้าอ้อม

(ก้อร่างกายมันตื่นไม่ไหวแล้ว แต่ฝันตลอดจนตื่น

มันไม่ดีเลย พลังงานมันคงหมดไปกะความฝันน่ะ

ตื่นมามันก้อยังเหนื่อย ยังเพลียอยู่ดี)

แต่วันนี้ฟ้าไม่เหลืองสักหน่อย แต่ว่าเมื่อกี้นี้ออกไป

เซเว่นฯ ฝนตกหนักมาก สงสัยวันนี้มันร้อนมาทั้งวันแล้ว...

 

ps.งานส่วนหนึ่งเกือบเสร็จแล้ว

     แต่มันมีงานอื่นรออีก บอกแล้วว่าช่วงนี้งานมันเค้า เฮ้อ...

     เอาเฮอะมันก้อเพลินดี (ไม่เพลินได้ไง นอนไปด้าย ตั้งเกือบตีสี่ บ้าแล้ว)

 

ps..ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะค๊า เพราะมากค๊า

      ฝังวนไปซะเกือบตีสี่นั่นแหละ

      แต่ใจมันดันไปอยู่กะเพลงมากกว่างานนะนั้น

      ขอบคุณคร้าบ....ขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงด้วยค๊า...

 

 

คิดถึงใครบางคน...และอีกหลายคน

นั่งเล่นเน็ตอยู่ดีดี ก้อคิดถึงเพื่อนคนนึง กับพี่ชายคนนึง ขึ้นมาซะงั้น

ถ้านับรวมเวลาตั้งแต่รู้จักกันมาก้อ เกือบ 20 ปีแล้ว

เจอกันครั้งสุดท้าย...เพื่อนรับ ป.โท หรือเนฯ หว่า

จะ 6 ปีแล้วน่ะ ไม่ได้เห็นกันเลยเห็นแต่รูป เฮ้อ...

แปลกที่ แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ได้ยินแค่เสียงจากโทรศัพท์

มันกลับรู้สึกดีใจ สบายใจ หัวเราะได้ตลอดเวลา มีเรื่องทุกข์อะไรก้อลืมไปหมด

ปีนึงจะคุยกันก้อคงไม่เกิน 3 ครั้งละมั้ง แต่คุยทีนานมากกกกกก

เวลาช่วงนั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก  ความรู้สึกแบบนี้มันหายากน่ะ

ไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไร  ไม่ต้องระวังคำพูด คุยแล้วสบายใจ

เฮ้อ แต่ตอนนี้เพื่อนไปอยู่ไกลจัง

(ว่าแต่กลับกรุงเทพฯ คราวหน้าเราจะนัดเจอกันสักทีน่ะ

ท่านผู้พิพากษา ยินดีด้วยนะค๊า

เลี้ยงรุ่นย่อมๆ ท่าจะดี เห็นเค้ารอท่านฯ กันอยู่น๊าค๊ะ)

แล้วจะย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นอีกมั้ยเนี่ย ย้ายมาหลายจังหวัดแล้วน๊า

 

พอคิดถึงคนนี้ ตอนนี้มันก้อพาลไปคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย

คิดถึงคนอยู่ อเมกา จังเลย คนนี้ก้อไม่ได้เจอนานแล้ว

โทรศัพท์คุยกันก้อครั้งสุดท้ายตอนกลับมากรุงเทพฯ

ก้อเป็นปีแล้วนะเนี่ย บอกว่าจะกลับไปเรียนต่อ เฮ้อ

ไม่ยอมกลับบ้านสักที ติดใจอะไรเมืองนอกกันเนี่ย

อยากเจอแล้วนะค๊า...

 

อีกคนก้อกำลังจะย้ายไปอยู่สมุย อะไรกันค๊าเนี่ย

หนีไปอยู่เมืองนอก กะนอกเมือง กันหมด

เอาเหอะ ก้อไปทำมาหากินกันตามจังหวะของชีวิตน๊ะ

แล้ววันนึงเราคงได้กลับมารวมตัวกันสักครั้งน๊า...

 

แล้วก้อกลับมาคิดถึงเพื่อนรัก อีกสองคน

ในช่วงเวลานึง ตัวแทบจะติดกัน ไปไหนไปกัน เฮไหนเฮนั้น

แต่ตอนนี้ต้องทำงาน เวลาที่ว่ามันก้อหายไป

คิดถึงเวลานั้นบ่อยๆ แต่ก้อยังดีที่ยังได้เจอกัน

ยังไปเที่ยวกัน (ว่าแต่อยากไปต่างจังหวัด พาไปหน่อยดิ)

ถึงแม้จะไม่เคยบอกเพื่อนว่าขอบคุณ แต่สำหรับเรา

ขอบคุณมาก ขอบคุณมากมายเลย

ที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด ไม่ว่าเราจะสุข หรือเราทุกข์

เรารู้ว่ามีเพื่อนอยู่กับเราตลอดไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน

(เป็นอะไรเนี่ย อารมณ์คิดถึงเพื่อนเข้าสิง 555)

 

คนสุดท้ายที่อยู่ดีดีก้อคิดถึง รุ่นพี่คนนึง (ประมาณแอบชอบเค้าเนี่ย 555)

ลืมไปนานแล้วนะอยู่ดีดีก้อคิดถึงขึ้นมาซะงั้น

มันคงเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามหา'ลัย มั้ง

รับน้องวันแรกก้อไปกะเพื่อนเลิฟคนนึง (รับน้องมันก้อมีหลายรอบจริงๆ)

เวลารับน้องก้อจะมีพี่ว้ากใช่มั้ย แล้วก้อจะมีพี่ที่ใจดี

พี่เค้าก้อจะอยู่กลุ่มหลังนี่แหละประมาณว่าใจดีมากกกกก

แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก (หล่อเลยแหละ ตี๋ ขาว สูงมาก สเปกของใครหลายคนใช่ม่ะ)

เห็นตอนแรกก้อน่ะ คุยกะเพื่อน พี่คนนี้น่าตาดีเน๊อะ

พอรับน้องเสร็จตัวก้อเลอะกันเต็มที่แล้ว ผมก้อน่ะ สุดยอด โดนมันเป็นคุณจุก

เป็นสิบๆ จุกได้เลย ก้อไปอยู่ตรงก๊อกน้ำกะเพื่อน  ล้างหน้าล้างตา

ช่วยกันแกะไอ้ผมที่มันแกะ โคตะระ ยากเลย เพราะผมมันยาวถึงกลางหลังนี่แหละ

อยู่ดีๆ พี่เค้าก้อเดินเข้ามา "พี่ช่วยครับ" แล้วก้อช่วยเราแกะไอ้ผมเนี่ย

ก้อไม่คิดว่าพี่เค้าจะมาช่วยงัย เด็กตั้งเยอะน่ะ ไม่ใช่น้อย

คงเห็นว่าไอ้สองคนนี้มันไม่มีใครช่วยมั้ง

 

มันก้อเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ น่ะ 

พี่เค้าก้อคงไม่รู้หรอก หรือว่ารู้หว่า ก้อมันสองคนชอบแอบเดินตามเวลาพี่เค้ามานี่หว่า 555

มหา'ลัยตั้งกว้างดันเดิมตาม (ไม่ได้ตามแค่จะไปเค้าซุ้มเฉยๆ 555

มันก้อต้องไปทางเดียวกันไง) แต่ไม่ค่อยได้เจอพี่เค้าหรอก

เพราะตอนนั้นปี3 ต้องไปเรียนที่กล้วยฯ ใช่มั้ย จะเจอแค่ตอนมีนัดเค้าซุ้มแค่นั้นแหละ

ชอบตอนที่พี่เค้ามาดักหน้าห้องต้อนน้องไปซ้อมเชียร์ดี

ถ้าพี่คนนี้มาข้าพเจ้าไม่หนีหรอก แต่คนอื่นเหรอ ประมาณว่านู๋จะกลับบ้านแล้ว...

 

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักคน มากมาย ทั้งดีและไม่ดี

ขอบคุณเวลาที่ทำให้มีเพื่อนดีๆ มากมาย

ขอบคุณเวลาที่ทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีระหว่างพวกเรา

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้เจอพี่ชายคนนั้น ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นานก้อเหอะ

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักหนุ่มน้อยสองคน

(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ก้อจะให้เกี่ยวอ่ะมีรัยม่ะ)

 

ps.ว่าแต่เมื่อไรชุดใหม่จะออกค๊า อยากฟังแล้วล่ะ

    ได้ข่าวว่าเพราะมากเลยนิ 555

    ละครก้ออยากดู อีกเดือนกว่าๆ จะได้เห็นคนพูดไม่ชัดแล้ว...

 

 

ฝันตอนเย็นๆ...บรื๋อ...

วันนี้นอนตอนเย็น แบบว่าเมื่อคืนทำงานดึกไปนีสสสส

นอนมันซะเกือบตีสี่แล้ว ตื่นมาเก้าโมงกว่าๆ มันรู้สึกยังง่วงอยู่งัยแต่ต้องตื่น

 

พอเที่ยงแม่ชวนไปเดิน คลองถม ก้อนะจอดรถ ตรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ก้อเดินยาวเลยตั้งแต่ พาหุรัต ไปสะพานหัน ข้ามไปสำเพ็ง

กว่าจะถึงคลองถมจริง ก้อเสียเงินไปเยอะแล้ว ก้อเล่นแวะกันรายทางเลย

แต่ได้ของใหญ่จริงๆ ก้อ เครื่องตัดหญ้านี่แหละ ขากลับไม่สามารถค๊า

ต้องขึ้นตุ๊กๆ กลับมาที่รถ....555

 

ถึงบ้านก้อ 4 โมงกว่าแล้วมั้ง  วันนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไร

ท้องเสีย เมารถ ถึงบ้านก้อนอนเลยเข้าไปนอนห้องแม่ ไม่ไหวมันร้อน

ก้อขึ้นมาเปิดแอร์ห้องตัวเองก้อยังร้อน วันนี้แดดแรงมากๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว

ก้อหลับไป  (ผู้ใหญ่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็น ไม่ใช่ไม่เชื่อน่ะ

แต่วันนี้มันไม่ไหวงัย ร่างกายมันแย่ๆ )

 

ก้อฝันว่า อยู่ที่บ้านอาม่าที่สำเพ็ง มันเป็นตึกแถว อยู่ติดถนนในซอย

ในฝันก้อคิดนะว่าทำไมไม่เปิดไฟกันมันมืดๆ แบบบ้านไม้น่ะ

เป็นตึกแถวเก่า ที่บันไดกะตัวบ้านบางส่วนจะเป็นไม้

แต่เราไม่ได้ไปที่นี่นานแล้วน่ะ จะเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่อาม่าเสีย

ก้อไม่ได้ไปอีกเลย แค่ผ่านๆ แต่ไม่ได้เข้าไปเลย

ในฝันก้อว่าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก้อมีคนแก่ผู้หญิงมาทักตรงระหว่างบันได

ในฝันก้อว่าคนนี้ไม่ใช่คนน่ะ แต่ในฝันก้อไม่ได้กลัวเท่าไหร่

เค้ามาทักเหมือนเตือนให้รีบๆ เดินขึ้นไป เพราะความรู้สึกมันบอกว่า

ตรงบันไดเนี่ยไม่ปลอดภัย ต้องจับราวบันไดไว้ให้แน่นๆ

ไม่งั้นจะมีคนดึงขาเอาไว้ ก้อเลยรีบขึ้นไปหา อี๊ๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างบน

พอจะลงก้อนึกได้ว่าเค้ามาเตือนน่ะ ให้จับแน่นๆ ก้อจริง

พอก้าวลงมันเหมือนมีคนมาจับขาไว้จะให้ตก แต่เราคอยระวังแล้วไง

ในฝันก้อนึกขอบคุณเค้าที่มาเตือนน่ะ ก้อฝันต่อเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ฝันเหมือนเราใช่ชีวิตปกติเลย รู้สึกว่าฝันนานมาก

เพราะได้คุยกับคนหลายคนเลย แต่ความรู้สึกมันติดอยู่

ตรงบันไดนั้นแหละ (กลัวมือที่มันจะจับมากกว่า T__T)

 

พอตื่นขึ้นมาเกือบทุ่มได้แล้วล่ะมั้ง เดินลงไปถามแม่เลยว่า

เจ้าที่บ้านนั้นเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย

เพราะจำได้ว่า อาม่าเคยเจอท่าน

ความรู้สึกแรกที่ตื่นมาของเราคือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าที่บ้านนั้น

แต่เราก้อไม่แน่ใจหรอก แต่เค้าใจดีน่ะ

ก้อจำได้ว่าบ้านอาม่า น่ะเค้าเอาเจ้าที่แบบของจีนที่ตั้งพื้นน่ะ

ไว้ที่ตรงกลางบันได  ก้อเลยคิดว่า

คงเป็นเจ้าที่เค้ามาช่วยเอาไว้ มาเตือนให้ระวั

 

พอเล่าให้พ่อกะแม่ ฟังก้อพูดพร้อมกันเลยว่า

บอกแล้วว่าไม่ให้นอนตอนเย็น เค้าเรียกผีตากผ้าอ้อม

(ก้อร่างกายมันตื่นไม่ไหวแล้ว แต่ฝันตลอดจนตื่น

มันไม่ดีเลย พลังงานมันคงหมดไปกะความฝันน่ะ

ตื่นมามันก้อยังเหนื่อย ยังเพลียอยู่ดี)

แต่วันนี้ฟ้าไม่เหลืองสักหน่อย แต่ว่าเมื่อกี้นี้ออกไป

เซเว่นฯ ฝนตกหนักมาก สงสัยวันนี้มันร้อนมาทั้งวันแล้ว...

 

ps.งานส่วนหนึ่งเกือบเสร็จแล้ว

     แต่มันมีงานอื่นรออีก บอกแล้วว่าช่วงนี้งานมันเค้า เฮ้อ...

     เอาเฮอะมันก้อเพลินดี (ไม่เพลินได้ไง นอนไปด้าย ตั้งเกือบตีสี่ บ้าแล้ว)

 

ps..ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะค๊า เพราะมากค๊า

      ฝังวนไปซะเกือบตีสี่นั่นแหละ

      แต่ใจมันดันไปอยู่กะเพลงมากกว่างานนะนั้น

      ขอบคุณคร้าบ....ขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงด้วยค๊า...

 

 

คิดถึงใครบางคน...และอีกหลายคน

นั่งเล่นเน็ตอยู่ดีดี ก้อคิดถึงเพื่อนคนนึง กับพี่ชายคนนึง ขึ้นมาซะงั้น

ถ้านับรวมเวลาตั้งแต่รู้จักกันมาก้อ เกือบ 20 ปีแล้ว

เจอกันครั้งสุดท้าย...เพื่อนรับ ป.โท หรือเนฯ หว่า

จะ 6 ปีแล้วน่ะ ไม่ได้เห็นกันเลยเห็นแต่รูป เฮ้อ...

แปลกที่ แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ได้ยินแค่เสียงจากโทรศัพท์

มันกลับรู้สึกดีใจ สบายใจ หัวเราะได้ตลอดเวลา มีเรื่องทุกข์อะไรก้อลืมไปหมด

ปีนึงจะคุยกันก้อคงไม่เกิน 3 ครั้งละมั้ง แต่คุยทีนานมากกกกกก

เวลาช่วงนั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก  ความรู้สึกแบบนี้มันหายากน่ะ

ไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไร  ไม่ต้องระวังคำพูด คุยแล้วสบายใจ

เฮ้อ แต่ตอนนี้เพื่อนไปอยู่ไกลจัง

(ว่าแต่กลับกรุงเทพฯ คราวหน้าเราจะนัดเจอกันสักทีน่ะ

ท่านผู้พิพากษา ยินดีด้วยนะค๊า

เลี้ยงรุ่นย่อมๆ ท่าจะดี เห็นเค้ารอท่านฯ กันอยู่น๊าค๊ะ)

แล้วจะย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นอีกมั้ยเนี่ย ย้ายมาหลายจังหวัดแล้วน๊า

 

พอคิดถึงคนนี้ ตอนนี้มันก้อพาลไปคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย

คิดถึงคนอยู่ อเมกา จังเลย คนนี้ก้อไม่ได้เจอนานแล้ว

โทรศัพท์คุยกันก้อครั้งสุดท้ายตอนกลับมากรุงเทพฯ

ก้อเป็นปีแล้วนะเนี่ย บอกว่าจะกลับไปเรียนต่อ เฮ้อ

ไม่ยอมกลับบ้านสักที ติดใจอะไรเมืองนอกกันเนี่ย

อยากเจอแล้วนะค๊า...

 

อีกคนก้อกำลังจะย้ายไปอยู่สมุย อะไรกันค๊าเนี่ย

หนีไปอยู่เมืองนอก กะนอกเมือง กันหมด

เอาเหอะ ก้อไปทำมาหากินกันตามจังหวะของชีวิตน๊ะ

แล้ววันนึงเราคงได้กลับมารวมตัวกันสักครั้งน๊า...

 

แล้วก้อกลับมาคิดถึงเพื่อนรัก อีกสองคน

ในช่วงเวลานึง ตัวแทบจะติดกัน ไปไหนไปกัน เฮไหนเฮนั้น

แต่ตอนนี้ต้องทำงาน เวลาที่ว่ามันก้อหายไป

คิดถึงเวลานั้นบ่อยๆ แต่ก้อยังดีที่ยังได้เจอกัน

ยังไปเที่ยวกัน (ว่าแต่อยากไปต่างจังหวัด พาไปหน่อยดิ)

ถึงแม้จะไม่เคยบอกเพื่อนว่าขอบคุณ แต่สำหรับเรา

ขอบคุณมาก ขอบคุณมากมายเลย

ที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด ไม่ว่าเราจะสุข หรือเราทุกข์

เรารู้ว่ามีเพื่อนอยู่กับเราตลอดไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน

(เป็นอะไรเนี่ย อารมณ์คิดถึงเพื่อนเข้าสิง 555)

 

คนสุดท้ายที่อยู่ดีดีก้อคิดถึง รุ่นพี่คนนึง (ประมาณแอบชอบเค้าเนี่ย 555)

ลืมไปนานแล้วนะอยู่ดีดีก้อคิดถึงขึ้นมาซะงั้น

มันคงเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามหา'ลัย มั้ง

รับน้องวันแรกก้อไปกะเพื่อนเลิฟคนนึง (รับน้องมันก้อมีหลายรอบจริงๆ)

เวลารับน้องก้อจะมีพี่ว้ากใช่มั้ย แล้วก้อจะมีพี่ที่ใจดี

พี่เค้าก้อจะอยู่กลุ่มหลังนี่แหละประมาณว่าใจดีมากกกกก

แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก (หล่อเลยแหละ ตี๋ ขาว สูงมาก สเปกของใครหลายคนใช่ม่ะ)

เห็นตอนแรกก้อน่ะ คุยกะเพื่อน พี่คนนี้น่าตาดีเน๊อะ

พอรับน้องเสร็จตัวก้อเลอะกันเต็มที่แล้ว ผมก้อน่ะ สุดยอด โดนมันเป็นคุณจุก

เป็นสิบๆ จุกได้เลย ก้อไปอยู่ตรงก๊อกน้ำกะเพื่อน  ล้างหน้าล้างตา

ช่วยกันแกะไอ้ผมที่มันแกะ โคตะระ ยากเลย เพราะผมมันยาวถึงกลางหลังนี่แหละ

อยู่ดีๆ พี่เค้าก้อเดินเข้ามา "พี่ช่วยครับ" แล้วก้อช่วยเราแกะไอ้ผมเนี่ย

ก้อไม่คิดว่าพี่เค้าจะมาช่วยงัย เด็กตั้งเยอะน่ะ ไม่ใช่น้อย

คงเห็นว่าไอ้สองคนนี้มันไม่มีใครช่วยมั้ง

 

มันก้อเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ น่ะ 

พี่เค้าก้อคงไม่รู้หรอก หรือว่ารู้หว่า ก้อมันสองคนชอบแอบเดินตามเวลาพี่เค้ามานี่หว่า 555

มหา'ลัยตั้งกว้างดันเดิมตาม (ไม่ได้ตามแค่จะไปเค้าซุ้มเฉยๆ 555

มันก้อต้องไปทางเดียวกันไง) แต่ไม่ค่อยได้เจอพี่เค้าหรอก

เพราะตอนนั้นปี3 ต้องไปเรียนที่กล้วยฯ ใช่มั้ย จะเจอแค่ตอนมีนัดเค้าซุ้มแค่นั้นแหละ

ชอบตอนที่พี่เค้ามาดักหน้าห้องต้อนน้องไปซ้อมเชียร์ดี

ถ้าพี่คนนี้มาข้าพเจ้าไม่หนีหรอก แต่คนอื่นเหรอ ประมาณว่านู๋จะกลับบ้านแล้ว...

 

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักคน มากมาย ทั้งดีและไม่ดี

ขอบคุณเวลาที่ทำให้มีเพื่อนดีๆ มากมาย

ขอบคุณเวลาที่ทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีระหว่างพวกเรา

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้เจอพี่ชายคนนั้น ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นานก้อเหอะ

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักหนุ่มน้อยสองคน

(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ก้อจะให้เกี่ยวอ่ะมีรัยม่ะ)

 

ps.ว่าแต่เมื่อไรชุดใหม่จะออกค๊า อยากฟังแล้วล่ะ

    ได้ข่าวว่าเพราะมากเลยนิ 555

    ละครก้ออยากดู อีกเดือนกว่าๆ จะได้เห็นคนพูดไม่ชัดแล้ว...

 

 

ประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถาม

สองอาทิตย์นี้ไปเรียนมา อาทิตย์ละสองวัน

ก้อหนุกดี แต่ชอบที่เป็นปฏิบัติมากกว่า เขียนโปรแกรมมันก้อเพลินดี เวลามันเดินเร็ว

แต่ตอนเรียนทฤษฎีนี้สิ เศร้าเลย มันง่วงนอนมากมาย กาแฟวันละสองแก้วก้อเอาไม่อยู่

ก้อไปเจอพี่ๆ ที่เค้ามาจากหน่วยต่างๆ เยอะอยู่ set นี้ มีเรียนอยู่ 40 คนได้มั้ง

ก้อไปเจอพี่คนนึง ถามว่าจบอะไร จบที่ไหน  ทำไมไม่เรียนต่อ เรียนได้แล้วน่ะ

ไอ้นี่แหละคือประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถามจริงๆ

(เพราะปีนี้ โดนคนถามประโยคนี้มาไม่น้อยกว่า 10 คนแล้ว)

เฮ้อ ประโยคเดิมๆ ฟังมาเยอะแล้วบางทีมันก้อเบื่อน่ะ

แต่มันก้อทำให้เรากลับมาคิดว่า ถึงเวลาหรือยัง คำแนะนำของพี่ๆ บางคน

ก้อทำให้เรารู้สึกว่า เรียนได้แล้วน่ะ ถึงเวลาแล้ว ซึ่งจริงๆ มันก้อถึงเวลาแล้ว

ถึงเวลานานแล้วด้วย

แต่คำถามเดิม ที่เคยคิดให้กับตัวเอง

จะเรียนอะไรล่ะ เรียนคอมฯ ต่อเหรอ หรือเรียน MBA

ถามว่าสองอย่างนี้ต่างกันใหม่สำหรับเรา ตอบได้เลยว่าต่างกัน

คอมฯ เราเอามาใช่กับการทำงานในปัจจุบันเลยแหละ ถ้าคิดจะยังอยู่ที่ศูนย์ฯ เนี่ยต่อไป

MBA ไม่มีประโยชน์กับเรา ณ วันนี้ แต่อนาคตถ้าคิดจะโตกว่าการที่จะอยู่แค่ศูนย์

        อันนี้จำเป็นกว่า

ความรู้สึกเราให้เลือกเรียนอะไร ก้อคงขอเลือกแค่สองอย่างนี้แหละ แต่จะเรียนอะไรล่ะ

แต่มีผู้ใหญ่บางคนมาบอกว่า ให้เรียนอะไรก้อได้ไม่ต้องเป็นสองอันนี้หรอก

ให้ได้ชื่อว่าจบโทไว้ก่อน

สำหรับเรามันไม่ใช่อ่ะ เรียนไปแล้วเอาไปใช่ประโยชน์ไม่ได้เนี่ย แล้วจะเรียนไปทำไม

เสียเงิน เสียเวลา เพื่อได้ใบปริญญามาอีกหนึ่งใบเหรอ เราว่ามันไม่ใช่สำหรับเราเลย...

 

*** เมื่อวันจันทร์ไปเรียนก้อมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย

       ไฟไหม้ชั้นที่เรียนพอดีเลย แต่คนละด้านกัน เราเรียนด้านหลัง

       ไฟมันไหม้เกือบด้านหน้าตึก แต่เจ้าหน้าที่บนตึกเค้าดับทัน

       แค่มีกลิ่นไฟหลงเหลือนิดหน่อย

       เฮ้อ กำลังจะเข้าโหมดงานหนักอีกแล้ว

       ช่วงนี้งานประดังกันเข้ามาเลย ทั้งถนัดแล้วก้อไม่ถนัด

       แต่ก้อดีแล้วล่ะ งานเยอะดีกว่าไม่มีงาน

       เพราะเวลาไม่มีงานนี้มันไม่สนุกเลยมันเซ็ง...

*** ว่าแต่สงสารคนแก่ที่บ้านจริงๆเลย คิดถึงหลานชายจะแย่

       หลานไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว คุณปู่ก้อเหงาเลย

       คุณหลานทั้งสองก้อไปโรงเรียนกว่าจะกลับมาหาปู่ก้อเย็นแล้ว

       เฮ้อ...กลับมาเร็วๆ นะพี่ชายขา....สงสารปะป๊าอ่ะ

 

*** ว่าแต่น้องป่วยเป็นไรเนี่ย หายเร็วๆ นะครับ เป็นห่วงจริงๆ น๊า

       ไอ้ข่าวก้อลงกันจะรายวันเลยในเน็ตเนี่ย ก้อด่าน้องซะจนไม่มีดีเลย

       จนตอนนี้พอเห็นแค่หัวข่าวกะรูปน้อง ก้อไม่คลิกเข้าไปแล้ว สงสารอ่ะ

       ละครน้องจะออนแอร์ สิงหาฯ อยากดูแล้ว ดูทีเซอร์แล้วคิดถึงคนพูดไม่ชัด...

       อยากดู รัก/สาม/เศร้า อ่ะเดี๋ยววันเสาร์ก่อน อยากดู....

 

 

ฝันตอนเย็นๆ...บรื๋อ...

วันนี้นอนตอนเย็น แบบว่าเมื่อคืนทำงานดึกไปนีสสสส

นอนมันซะเกือบตีสี่แล้ว ตื่นมาเก้าโมงกว่าๆ มันรู้สึกยังง่วงอยู่งัยแต่ต้องตื่น

 

พอเที่ยงแม่ชวนไปเดิน คลองถม ก้อนะจอดรถ ตรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ก้อเดินยาวเลยตั้งแต่ พาหุรัต ไปสะพานหัน ข้ามไปสำเพ็ง

กว่าจะถึงคลองถมจริง ก้อเสียเงินไปเยอะแล้ว ก้อเล่นแวะกันรายทางเลย

แต่ได้ของใหญ่จริงๆ ก้อ เครื่องตัดหญ้านี่แหละ ขากลับไม่สามารถค๊า

ต้องขึ้นตุ๊กๆ กลับมาที่รถ....555

 

ถึงบ้านก้อ 4 โมงกว่าแล้วมั้ง  วันนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไร

ท้องเสีย เมารถ ถึงบ้านก้อนอนเลยเข้าไปนอนห้องแม่ ไม่ไหวมันร้อน

ก้อขึ้นมาเปิดแอร์ห้องตัวเองก้อยังร้อน วันนี้แดดแรงมากๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว

ก้อหลับไป  (ผู้ใหญ่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็น ไม่ใช่ไม่เชื่อน่ะ

แต่วันนี้มันไม่ไหวงัย ร่างกายมันแย่ๆ )

 

ก้อฝันว่า อยู่ที่บ้านอาม่าที่สำเพ็ง มันเป็นตึกแถว อยู่ติดถนนในซอย

ในฝันก้อคิดนะว่าทำไมไม่เปิดไฟกันมันมืดๆ แบบบ้านไม้น่ะ

เป็นตึกแถวเก่า ที่บันไดกะตัวบ้านบางส่วนจะเป็นไม้

แต่เราไม่ได้ไปที่นี่นานแล้วน่ะ จะเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่อาม่าเสีย

ก้อไม่ได้ไปอีกเลย แค่ผ่านๆ แต่ไม่ได้เข้าไปเลย

ในฝันก้อว่าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก้อมีคนแก่ผู้หญิงมาทักตรงระหว่างบันได

ในฝันก้อว่าคนนี้ไม่ใช่คนน่ะ แต่ในฝันก้อไม่ได้กลัวเท่าไหร่

เค้ามาทักเหมือนเตือนให้รีบๆ เดินขึ้นไป เพราะความรู้สึกมันบอกว่า

ตรงบันไดเนี่ยไม่ปลอดภัย ต้องจับราวบันไดไว้ให้แน่นๆ

ไม่งั้นจะมีคนดึงขาเอาไว้ ก้อเลยรีบขึ้นไปหา อี๊ๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างบน

พอจะลงก้อนึกได้ว่าเค้ามาเตือนน่ะ ให้จับแน่นๆ ก้อจริง

พอก้าวลงมันเหมือนมีคนมาจับขาไว้จะให้ตก แต่เราคอยระวังแล้วไง

ในฝันก้อนึกขอบคุณเค้าที่มาเตือนน่ะ ก้อฝันต่อเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ฝันเหมือนเราใช่ชีวิตปกติเลย รู้สึกว่าฝันนานมาก

เพราะได้คุยกับคนหลายคนเลย แต่ความรู้สึกมันติดอยู่

ตรงบันไดนั้นแหละ (กลัวมือที่มันจะจับมากกว่า T__T)

 

พอตื่นขึ้นมาเกือบทุ่มได้แล้วล่ะมั้ง เดินลงไปถามแม่เลยว่า

เจ้าที่บ้านนั้นเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย

เพราะจำได้ว่า อาม่าเคยเจอท่าน

ความรู้สึกแรกที่ตื่นมาของเราคือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าที่บ้านนั้น

แต่เราก้อไม่แน่ใจหรอก แต่เค้าใจดีน่ะ

ก้อจำได้ว่าบ้านอาม่า น่ะเค้าเอาเจ้าที่แบบของจีนที่ตั้งพื้นน่ะ

ไว้ที่ตรงกลางบันได  ก้อเลยคิดว่า

คงเป็นเจ้าที่เค้ามาช่วยเอาไว้ มาเตือนให้ระวั

 

พอเล่าให้พ่อกะแม่ ฟังก้อพูดพร้อมกันเลยว่า

บอกแล้วว่าไม่ให้นอนตอนเย็น เค้าเรียกผีตากผ้าอ้อม

(ก้อร่างกายมันตื่นไม่ไหวแล้ว แต่ฝันตลอดจนตื่น

มันไม่ดีเลย พลังงานมันคงหมดไปกะความฝันน่ะ

ตื่นมามันก้อยังเหนื่อย ยังเพลียอยู่ดี)

แต่วันนี้ฟ้าไม่เหลืองสักหน่อย แต่ว่าเมื่อกี้นี้ออกไป

เซเว่นฯ ฝนตกหนักมาก สงสัยวันนี้มันร้อนมาทั้งวันแล้ว...

 

ps.งานส่วนหนึ่งเกือบเสร็จแล้ว

     แต่มันมีงานอื่นรออีก บอกแล้วว่าช่วงนี้งานมันเค้า เฮ้อ...

     เอาเฮอะมันก้อเพลินดี (ไม่เพลินได้ไง นอนไปด้าย ตั้งเกือบตีสี่ บ้าแล้ว)

 

ps..ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะค๊า เพราะมากค๊า

      ฝังวนไปซะเกือบตีสี่นั่นแหละ

      แต่ใจมันดันไปอยู่กะเพลงมากกว่างานนะนั้น

      ขอบคุณคร้าบ....ขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงด้วยค๊า...

 

 

คิดถึงใครบางคน...และอีกหลายคน

นั่งเล่นเน็ตอยู่ดีดี ก้อคิดถึงเพื่อนคนนึง กับพี่ชายคนนึง ขึ้นมาซะงั้น

ถ้านับรวมเวลาตั้งแต่รู้จักกันมาก้อ เกือบ 20 ปีแล้ว

เจอกันครั้งสุดท้าย...เพื่อนรับ ป.โท หรือเนฯ หว่า

จะ 6 ปีแล้วน่ะ ไม่ได้เห็นกันเลยเห็นแต่รูป เฮ้อ...

แปลกที่ แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ได้ยินแค่เสียงจากโทรศัพท์

มันกลับรู้สึกดีใจ สบายใจ หัวเราะได้ตลอดเวลา มีเรื่องทุกข์อะไรก้อลืมไปหมด

ปีนึงจะคุยกันก้อคงไม่เกิน 3 ครั้งละมั้ง แต่คุยทีนานมากกกกกก

เวลาช่วงนั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก  ความรู้สึกแบบนี้มันหายากน่ะ

ไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไร  ไม่ต้องระวังคำพูด คุยแล้วสบายใจ

เฮ้อ แต่ตอนนี้เพื่อนไปอยู่ไกลจัง

(ว่าแต่กลับกรุงเทพฯ คราวหน้าเราจะนัดเจอกันสักทีน่ะ

ท่านผู้พิพากษา ยินดีด้วยนะค๊า

เลี้ยงรุ่นย่อมๆ ท่าจะดี เห็นเค้ารอท่านฯ กันอยู่น๊าค๊ะ)

แล้วจะย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นอีกมั้ยเนี่ย ย้ายมาหลายจังหวัดแล้วน๊า

 

พอคิดถึงคนนี้ ตอนนี้มันก้อพาลไปคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย

คิดถึงคนอยู่ อเมกา จังเลย คนนี้ก้อไม่ได้เจอนานแล้ว

โทรศัพท์คุยกันก้อครั้งสุดท้ายตอนกลับมากรุงเทพฯ

ก้อเป็นปีแล้วนะเนี่ย บอกว่าจะกลับไปเรียนต่อ เฮ้อ

ไม่ยอมกลับบ้านสักที ติดใจอะไรเมืองนอกกันเนี่ย

อยากเจอแล้วนะค๊า...

 

อีกคนก้อกำลังจะย้ายไปอยู่สมุย อะไรกันค๊าเนี่ย

หนีไปอยู่เมืองนอก กะนอกเมือง กันหมด

เอาเหอะ ก้อไปทำมาหากินกันตามจังหวะของชีวิตน๊ะ

แล้ววันนึงเราคงได้กลับมารวมตัวกันสักครั้งน๊า...

 

แล้วก้อกลับมาคิดถึงเพื่อนรัก อีกสองคน

ในช่วงเวลานึง ตัวแทบจะติดกัน ไปไหนไปกัน เฮไหนเฮนั้น

แต่ตอนนี้ต้องทำงาน เวลาที่ว่ามันก้อหายไป

คิดถึงเวลานั้นบ่อยๆ แต่ก้อยังดีที่ยังได้เจอกัน

ยังไปเที่ยวกัน (ว่าแต่อยากไปต่างจังหวัด พาไปหน่อยดิ)

ถึงแม้จะไม่เคยบอกเพื่อนว่าขอบคุณ แต่สำหรับเรา

ขอบคุณมาก ขอบคุณมากมายเลย

ที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด ไม่ว่าเราจะสุข หรือเราทุกข์

เรารู้ว่ามีเพื่อนอยู่กับเราตลอดไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน

(เป็นอะไรเนี่ย อารมณ์คิดถึงเพื่อนเข้าสิง 555)

 

คนสุดท้ายที่อยู่ดีดีก้อคิดถึง รุ่นพี่คนนึง (ประมาณแอบชอบเค้าเนี่ย 555)

ลืมไปนานแล้วนะอยู่ดีดีก้อคิดถึงขึ้นมาซะงั้น

มันคงเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามหา'ลัย มั้ง

รับน้องวันแรกก้อไปกะเพื่อนเลิฟคนนึง (รับน้องมันก้อมีหลายรอบจริงๆ)

เวลารับน้องก้อจะมีพี่ว้ากใช่มั้ย แล้วก้อจะมีพี่ที่ใจดี

พี่เค้าก้อจะอยู่กลุ่มหลังนี่แหละประมาณว่าใจดีมากกกกก

แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก (หล่อเลยแหละ ตี๋ ขาว สูงมาก สเปกของใครหลายคนใช่ม่ะ)

เห็นตอนแรกก้อน่ะ คุยกะเพื่อน พี่คนนี้น่าตาดีเน๊อะ

พอรับน้องเสร็จตัวก้อเลอะกันเต็มที่แล้ว ผมก้อน่ะ สุดยอด โดนมันเป็นคุณจุก

เป็นสิบๆ จุกได้เลย ก้อไปอยู่ตรงก๊อกน้ำกะเพื่อน  ล้างหน้าล้างตา

ช่วยกันแกะไอ้ผมที่มันแกะ โคตะระ ยากเลย เพราะผมมันยาวถึงกลางหลังนี่แหละ

อยู่ดีๆ พี่เค้าก้อเดินเข้ามา "พี่ช่วยครับ" แล้วก้อช่วยเราแกะไอ้ผมเนี่ย

ก้อไม่คิดว่าพี่เค้าจะมาช่วยงัย เด็กตั้งเยอะน่ะ ไม่ใช่น้อย

คงเห็นว่าไอ้สองคนนี้มันไม่มีใครช่วยมั้ง

 

มันก้อเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ น่ะ 

พี่เค้าก้อคงไม่รู้หรอก หรือว่ารู้หว่า ก้อมันสองคนชอบแอบเดินตามเวลาพี่เค้ามานี่หว่า 555

มหา'ลัยตั้งกว้างดันเดิมตาม (ไม่ได้ตามแค่จะไปเค้าซุ้มเฉยๆ 555

มันก้อต้องไปทางเดียวกันไง) แต่ไม่ค่อยได้เจอพี่เค้าหรอก

เพราะตอนนั้นปี3 ต้องไปเรียนที่กล้วยฯ ใช่มั้ย จะเจอแค่ตอนมีนัดเค้าซุ้มแค่นั้นแหละ

ชอบตอนที่พี่เค้ามาดักหน้าห้องต้อนน้องไปซ้อมเชียร์ดี

ถ้าพี่คนนี้มาข้าพเจ้าไม่หนีหรอก แต่คนอื่นเหรอ ประมาณว่านู๋จะกลับบ้านแล้ว...

 

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักคน มากมาย ทั้งดีและไม่ดี

ขอบคุณเวลาที่ทำให้มีเพื่อนดีๆ มากมาย

ขอบคุณเวลาที่ทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีระหว่างพวกเรา

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้เจอพี่ชายคนนั้น ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นานก้อเหอะ

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักหนุ่มน้อยสองคน

(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ก้อจะให้เกี่ยวอ่ะมีรัยม่ะ)

 

ps.ว่าแต่เมื่อไรชุดใหม่จะออกค๊า อยากฟังแล้วล่ะ

    ได้ข่าวว่าเพราะมากเลยนิ 555

    ละครก้ออยากดู อีกเดือนกว่าๆ จะได้เห็นคนพูดไม่ชัดแล้ว...

 

 

ประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถาม

สองอาทิตย์นี้ไปเรียนมา อาทิตย์ละสองวัน

ก้อหนุกดี แต่ชอบที่เป็นปฏิบัติมากกว่า เขียนโปรแกรมมันก้อเพลินดี เวลามันเดินเร็ว

แต่ตอนเรียนทฤษฎีนี้สิ เศร้าเลย มันง่วงนอนมากมาย กาแฟวันละสองแก้วก้อเอาไม่อยู่

ก้อไปเจอพี่ๆ ที่เค้ามาจากหน่วยต่างๆ เยอะอยู่ set นี้ มีเรียนอยู่ 40 คนได้มั้ง

ก้อไปเจอพี่คนนึง ถามว่าจบอะไร จบที่ไหน  ทำไมไม่เรียนต่อ เรียนได้แล้วน่ะ

ไอ้นี่แหละคือประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถามจริงๆ

(เพราะปีนี้ โดนคนถามประโยคนี้มาไม่น้อยกว่า 10 คนแล้ว)

เฮ้อ ประโยคเดิมๆ ฟังมาเยอะแล้วบางทีมันก้อเบื่อน่ะ

แต่มันก้อทำให้เรากลับมาคิดว่า ถึงเวลาหรือยัง คำแนะนำของพี่ๆ บางคน

ก้อทำให้เรารู้สึกว่า เรียนได้แล้วน่ะ ถึงเวลาแล้ว ซึ่งจริงๆ มันก้อถึงเวลาแล้ว

ถึงเวลานานแล้วด้วย

แต่คำถามเดิม ที่เคยคิดให้กับตัวเอง

จะเรียนอะไรล่ะ เรียนคอมฯ ต่อเหรอ หรือเรียน MBA

ถามว่าสองอย่างนี้ต่างกันใหม่สำหรับเรา ตอบได้เลยว่าต่างกัน

คอมฯ เราเอามาใช่กับการทำงานในปัจจุบันเลยแหละ ถ้าคิดจะยังอยู่ที่ศูนย์ฯ เนี่ยต่อไป

MBA ไม่มีประโยชน์กับเรา ณ วันนี้ แต่อนาคตถ้าคิดจะโตกว่าการที่จะอยู่แค่ศูนย์

        อันนี้จำเป็นกว่า

ความรู้สึกเราให้เลือกเรียนอะไร ก้อคงขอเลือกแค่สองอย่างนี้แหละ แต่จะเรียนอะไรล่ะ

แต่มีผู้ใหญ่บางคนมาบอกว่า ให้เรียนอะไรก้อได้ไม่ต้องเป็นสองอันนี้หรอก

ให้ได้ชื่อว่าจบโทไว้ก่อน

สำหรับเรามันไม่ใช่อ่ะ เรียนไปแล้วเอาไปใช่ประโยชน์ไม่ได้เนี่ย แล้วจะเรียนไปทำไม

เสียเงิน เสียเวลา เพื่อได้ใบปริญญามาอีกหนึ่งใบเหรอ เราว่ามันไม่ใช่สำหรับเราเลย...

 

*** เมื่อวันจันทร์ไปเรียนก้อมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย

       ไฟไหม้ชั้นที่เรียนพอดีเลย แต่คนละด้านกัน เราเรียนด้านหลัง

       ไฟมันไหม้เกือบด้านหน้าตึก แต่เจ้าหน้าที่บนตึกเค้าดับทัน

       แค่มีกลิ่นไฟหลงเหลือนิดหน่อย

       เฮ้อ กำลังจะเข้าโหมดงานหนักอีกแล้ว

       ช่วงนี้งานประดังกันเข้ามาเลย ทั้งถนัดแล้วก้อไม่ถนัด

       แต่ก้อดีแล้วล่ะ งานเยอะดีกว่าไม่มีงาน

       เพราะเวลาไม่มีงานนี้มันไม่สนุกเลยมันเซ็ง...

*** ว่าแต่สงสารคนแก่ที่บ้านจริงๆเลย คิดถึงหลานชายจะแย่

       หลานไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว คุณปู่ก้อเหงาเลย

       คุณหลานทั้งสองก้อไปโรงเรียนกว่าจะกลับมาหาปู่ก้อเย็นแล้ว

       เฮ้อ...กลับมาเร็วๆ นะพี่ชายขา....สงสารปะป๊าอ่ะ

 

*** ว่าแต่น้องป่วยเป็นไรเนี่ย หายเร็วๆ นะครับ เป็นห่วงจริงๆ น๊า

       ไอ้ข่าวก้อลงกันจะรายวันเลยในเน็ตเนี่ย ก้อด่าน้องซะจนไม่มีดีเลย

       จนตอนนี้พอเห็นแค่หัวข่าวกะรูปน้อง ก้อไม่คลิกเข้าไปแล้ว สงสารอ่ะ

       ละครน้องจะออนแอร์ สิงหาฯ อยากดูแล้ว ดูทีเซอร์แล้วคิดถึงคนพูดไม่ชัด...

       อยากดู รัก/สาม/เศร้า อ่ะเดี๋ยววันเสาร์ก่อน อยากดู....

 

 

เรียน..อบรม..ประชุม

เรียน อบรม ประชุม

ตั้งแต่ต้นเดือนมา ชีวิตช้าน มีแต่ เรียน อบรม ประชุม

และก้อต้องทำงานให้เสร็จ วันนี้วันเดียวก้อประชุมไป 2 รอบแล้ว

ฟังๆ เถียงๆ คุยๆ สรุป เครียดบ้าง หัวเราะบ้าง...ขำๆน๊า

พรุ่งนี้ก้อต้องไปเรียนอีกแล้ว จะเป็นไงบ้างหว่า...

(เก็บความรู้มาใช้ทำงานให้ได้มากที่สุด...สู้ สู้ 555)

 

เมื่อก่อนเคยคิดว่าถ้าเราทำงานแล้วก้อคงไม่ต้องเรียนอีกแล้ว...สบาย

ไม่ต้องอ่านหนังสือแล้ว ไม่ต้องสอบ...ดีใจมาก

ชอบอ่านหนังสือแต่ไปชอบการบังคับ

อย่างหนังสือเรียนตอนเรียนไม่อยากแตะเลย

แต่พอเรียนจบ กลับไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน...คนเราน่ะ (มีใครเป็นแบบนี้มั้ยค๊า)

 

แต่เราคิดผิดแฮะ เพราะตั้งแต่ทำงานมา 6 ปี แล้ว

ดิช้านก้อยังได้ไปเรียนตลอดที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง สารพัดหลักสูตร

ต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา 

แถมต้องเรียนไอ้โปรแกรมที่ไม่เคยเรียนจาก ม. อีกต่างหาก

เรียนเองบ้าง ถามพี่ๆ บ้าง มันก้อเอาตัวรอดมาได้ตลอดซิน่า

ไม่ถึงกับดี แต่มันก้อพอใช่ได้น๊า...

 

จะบอกว่า เบื่อ เซ็ง ก้อ ไม่ถูกนัก บางครั้งมันก้อสนุก

กับการไปเรียน เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ก้อบอกตัวเองว่า ถ้ายังอยู่ ณ ตรงนี้ จุดนี้

ก้อต้องเรียนกันไปตลอด เพราะคอมฯ มันไม่หยุดนิ่ง

มันพัฒนาไปเร็วมากๆ 

เหมือนที่เค้าให้ทำใจว่า ถ้าเข้าไปซื้้อคอมฯ สักเครื่อง

วันนี้ เดือนหน้า หรืออาทิตย์หน้า

คอมฯคุณก้ออาจจะตกรุ่นแล้วก้อได้ จริงมั้่ย

 

^____________^

 

ps. ว่าแต่พ่อให้ต่อโทเนี่ย เมื่อรัยจะยอมเรียนสักกะที

          พลัดไปเรื่อยๆ สักวันจะเสียใจ

          (เตือนตัวเองแล้วน่ะ เริ่มคิดได้แล้ว...)

          อีกนิดนะค่ะปาป๊า...

 

 

 

ฝันตอนเย็นๆ...บรื๋อ...

วันนี้นอนตอนเย็น แบบว่าเมื่อคืนทำงานดึกไปนีสสสส

นอนมันซะเกือบตีสี่แล้ว ตื่นมาเก้าโมงกว่าๆ มันรู้สึกยังง่วงอยู่งัยแต่ต้องตื่น

 

พอเที่ยงแม่ชวนไปเดิน คลองถม ก้อนะจอดรถ ตรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ก้อเดินยาวเลยตั้งแต่ พาหุรัต ไปสะพานหัน ข้ามไปสำเพ็ง

กว่าจะถึงคลองถมจริง ก้อเสียเงินไปเยอะแล้ว ก้อเล่นแวะกันรายทางเลย

แต่ได้ของใหญ่จริงๆ ก้อ เครื่องตัดหญ้านี่แหละ ขากลับไม่สามารถค๊า

ต้องขึ้นตุ๊กๆ กลับมาที่รถ....555

 

ถึงบ้านก้อ 4 โมงกว่าแล้วมั้ง  วันนี้ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไร

ท้องเสีย เมารถ ถึงบ้านก้อนอนเลยเข้าไปนอนห้องแม่ ไม่ไหวมันร้อน

ก้อขึ้นมาเปิดแอร์ห้องตัวเองก้อยังร้อน วันนี้แดดแรงมากๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว

ก้อหลับไป  (ผู้ใหญ่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนตอนเย็น ไม่ใช่ไม่เชื่อน่ะ

แต่วันนี้มันไม่ไหวงัย ร่างกายมันแย่ๆ )

 

ก้อฝันว่า อยู่ที่บ้านอาม่าที่สำเพ็ง มันเป็นตึกแถว อยู่ติดถนนในซอย

ในฝันก้อคิดนะว่าทำไมไม่เปิดไฟกันมันมืดๆ แบบบ้านไม้น่ะ

เป็นตึกแถวเก่า ที่บันไดกะตัวบ้านบางส่วนจะเป็นไม้

แต่เราไม่ได้ไปที่นี่นานแล้วน่ะ จะเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่อาม่าเสีย

ก้อไม่ได้ไปอีกเลย แค่ผ่านๆ แต่ไม่ได้เข้าไปเลย

ในฝันก้อว่าขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก้อมีคนแก่ผู้หญิงมาทักตรงระหว่างบันได

ในฝันก้อว่าคนนี้ไม่ใช่คนน่ะ แต่ในฝันก้อไม่ได้กลัวเท่าไหร่

เค้ามาทักเหมือนเตือนให้รีบๆ เดินขึ้นไป เพราะความรู้สึกมันบอกว่า

ตรงบันไดเนี่ยไม่ปลอดภัย ต้องจับราวบันไดไว้ให้แน่นๆ

ไม่งั้นจะมีคนดึงขาเอาไว้ ก้อเลยรีบขึ้นไปหา อี๊ๆ ทั้งหลายที่อยู่ข้างบน

พอจะลงก้อนึกได้ว่าเค้ามาเตือนน่ะ ให้จับแน่นๆ ก้อจริง

พอก้าวลงมันเหมือนมีคนมาจับขาไว้จะให้ตก แต่เราคอยระวังแล้วไง

ในฝันก้อนึกขอบคุณเค้าที่มาเตือนน่ะ ก้อฝันต่อเป็นเรื่องเป็นราวเลย

ฝันเหมือนเราใช่ชีวิตปกติเลย รู้สึกว่าฝันนานมาก

เพราะได้คุยกับคนหลายคนเลย แต่ความรู้สึกมันติดอยู่

ตรงบันไดนั้นแหละ (กลัวมือที่มันจะจับมากกว่า T__T)

 

พอตื่นขึ้นมาเกือบทุ่มได้แล้วล่ะมั้ง เดินลงไปถามแม่เลยว่า

เจ้าที่บ้านนั้นเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย

เพราะจำได้ว่า อาม่าเคยเจอท่าน

ความรู้สึกแรกที่ตื่นมาของเราคือ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าที่บ้านนั้น

แต่เราก้อไม่แน่ใจหรอก แต่เค้าใจดีน่ะ

ก้อจำได้ว่าบ้านอาม่า น่ะเค้าเอาเจ้าที่แบบของจีนที่ตั้งพื้นน่ะ

ไว้ที่ตรงกลางบันได  ก้อเลยคิดว่า

คงเป็นเจ้าที่เค้ามาช่วยเอาไว้ มาเตือนให้ระวั

 

พอเล่าให้พ่อกะแม่ ฟังก้อพูดพร้อมกันเลยว่า

บอกแล้วว่าไม่ให้นอนตอนเย็น เค้าเรียกผีตากผ้าอ้อม

(ก้อร่างกายมันตื่นไม่ไหวแล้ว แต่ฝันตลอดจนตื่น

มันไม่ดีเลย พลังงานมันคงหมดไปกะความฝันน่ะ

ตื่นมามันก้อยังเหนื่อย ยังเพลียอยู่ดี)

แต่วันนี้ฟ้าไม่เหลืองสักหน่อย แต่ว่าเมื่อกี้นี้ออกไป

เซเว่นฯ ฝนตกหนักมาก สงสัยวันนี้มันร้อนมาทั้งวันแล้ว...

 

ps.งานส่วนหนึ่งเกือบเสร็จแล้ว

     แต่มันมีงานอื่นรออีก บอกแล้วว่าช่วงนี้งานมันเค้า เฮ้อ...

     เอาเฮอะมันก้อเพลินดี (ไม่เพลินได้ไง นอนไปด้าย ตั้งเกือบตีสี่ บ้าแล้ว)

 

ps..ขอบคุณน้องสาวที่น่ารักนะค๊า เพราะมากค๊า

      ฝังวนไปซะเกือบตีสี่นั่นแหละ

      แต่ใจมันดันไปอยู่กะเพลงมากกว่างานนะนั้น

      ขอบคุณคร้าบ....ขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงด้วยค๊า...

 

 

คิดถึงใครบางคน...และอีกหลายคน

นั่งเล่นเน็ตอยู่ดีดี ก้อคิดถึงเพื่อนคนนึง กับพี่ชายคนนึง ขึ้นมาซะงั้น

ถ้านับรวมเวลาตั้งแต่รู้จักกันมาก้อ เกือบ 20 ปีแล้ว

เจอกันครั้งสุดท้าย...เพื่อนรับ ป.โท หรือเนฯ หว่า

จะ 6 ปีแล้วน่ะ ไม่ได้เห็นกันเลยเห็นแต่รูป เฮ้อ...

แปลกที่ แทบจะไม่ได้เจอกันเลย ได้ยินแค่เสียงจากโทรศัพท์

มันกลับรู้สึกดีใจ สบายใจ หัวเราะได้ตลอดเวลา มีเรื่องทุกข์อะไรก้อลืมไปหมด

ปีนึงจะคุยกันก้อคงไม่เกิน 3 ครั้งละมั้ง แต่คุยทีนานมากกกกกก

เวลาช่วงนั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก  ความรู้สึกแบบนี้มันหายากน่ะ

ไม่ต้องคิดว่าจะพูดอะไร  ไม่ต้องระวังคำพูด คุยแล้วสบายใจ

เฮ้อ แต่ตอนนี้เพื่อนไปอยู่ไกลจัง

(ว่าแต่กลับกรุงเทพฯ คราวหน้าเราจะนัดเจอกันสักทีน่ะ

ท่านผู้พิพากษา ยินดีด้วยนะค๊า

เลี้ยงรุ่นย่อมๆ ท่าจะดี เห็นเค้ารอท่านฯ กันอยู่น๊าค๊ะ)

แล้วจะย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นอีกมั้ยเนี่ย ย้ายมาหลายจังหวัดแล้วน๊า

 

พอคิดถึงคนนี้ ตอนนี้มันก้อพาลไปคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย

คิดถึงคนอยู่ อเมกา จังเลย คนนี้ก้อไม่ได้เจอนานแล้ว

โทรศัพท์คุยกันก้อครั้งสุดท้ายตอนกลับมากรุงเทพฯ

ก้อเป็นปีแล้วนะเนี่ย บอกว่าจะกลับไปเรียนต่อ เฮ้อ

ไม่ยอมกลับบ้านสักที ติดใจอะไรเมืองนอกกันเนี่ย

อยากเจอแล้วนะค๊า...

 

อีกคนก้อกำลังจะย้ายไปอยู่สมุย อะไรกันค๊าเนี่ย

หนีไปอยู่เมืองนอก กะนอกเมือง กันหมด

เอาเหอะ ก้อไปทำมาหากินกันตามจังหวะของชีวิตน๊ะ

แล้ววันนึงเราคงได้กลับมารวมตัวกันสักครั้งน๊า...

 

แล้วก้อกลับมาคิดถึงเพื่อนรัก อีกสองคน

ในช่วงเวลานึง ตัวแทบจะติดกัน ไปไหนไปกัน เฮไหนเฮนั้น

แต่ตอนนี้ต้องทำงาน เวลาที่ว่ามันก้อหายไป

คิดถึงเวลานั้นบ่อยๆ แต่ก้อยังดีที่ยังได้เจอกัน

ยังไปเที่ยวกัน (ว่าแต่อยากไปต่างจังหวัด พาไปหน่อยดิ)

ถึงแม้จะไม่เคยบอกเพื่อนว่าขอบคุณ แต่สำหรับเรา

ขอบคุณมาก ขอบคุณมากมายเลย

ที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอด ไม่ว่าเราจะสุข หรือเราทุกข์

เรารู้ว่ามีเพื่อนอยู่กับเราตลอดไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน

(เป็นอะไรเนี่ย อารมณ์คิดถึงเพื่อนเข้าสิง 555)

 

คนสุดท้ายที่อยู่ดีดีก้อคิดถึง รุ่นพี่คนนึง (ประมาณแอบชอบเค้าเนี่ย 555)

ลืมไปนานแล้วนะอยู่ดีดีก้อคิดถึงขึ้นมาซะงั้น

มันคงเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ ที่เพิ่งเข้ามหา'ลัย มั้ง

รับน้องวันแรกก้อไปกะเพื่อนเลิฟคนนึง (รับน้องมันก้อมีหลายรอบจริงๆ)

เวลารับน้องก้อจะมีพี่ว้ากใช่มั้ย แล้วก้อจะมีพี่ที่ใจดี

พี่เค้าก้อจะอยู่กลุ่มหลังนี่แหละประมาณว่าใจดีมากกกกก

แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก (หล่อเลยแหละ ตี๋ ขาว สูงมาก สเปกของใครหลายคนใช่ม่ะ)

เห็นตอนแรกก้อน่ะ คุยกะเพื่อน พี่คนนี้น่าตาดีเน๊อะ

พอรับน้องเสร็จตัวก้อเลอะกันเต็มที่แล้ว ผมก้อน่ะ สุดยอด โดนมันเป็นคุณจุก

เป็นสิบๆ จุกได้เลย ก้อไปอยู่ตรงก๊อกน้ำกะเพื่อน  ล้างหน้าล้างตา

ช่วยกันแกะไอ้ผมที่มันแกะ โคตะระ ยากเลย เพราะผมมันยาวถึงกลางหลังนี่แหละ

อยู่ดีๆ พี่เค้าก้อเดินเข้ามา "พี่ช่วยครับ" แล้วก้อช่วยเราแกะไอ้ผมเนี่ย

ก้อไม่คิดว่าพี่เค้าจะมาช่วยงัย เด็กตั้งเยอะน่ะ ไม่ใช่น้อย

คงเห็นว่าไอ้สองคนนี้มันไม่มีใครช่วยมั้ง

 

มันก้อเป็นความประทับใจแบบเด็กๆ น่ะ 

พี่เค้าก้อคงไม่รู้หรอก หรือว่ารู้หว่า ก้อมันสองคนชอบแอบเดินตามเวลาพี่เค้ามานี่หว่า 555

มหา'ลัยตั้งกว้างดันเดิมตาม (ไม่ได้ตามแค่จะไปเค้าซุ้มเฉยๆ 555

มันก้อต้องไปทางเดียวกันไง) แต่ไม่ค่อยได้เจอพี่เค้าหรอก

เพราะตอนนั้นปี3 ต้องไปเรียนที่กล้วยฯ ใช่มั้ย จะเจอแค่ตอนมีนัดเค้าซุ้มแค่นั้นแหละ

ชอบตอนที่พี่เค้ามาดักหน้าห้องต้อนน้องไปซ้อมเชียร์ดี

ถ้าพี่คนนี้มาข้าพเจ้าไม่หนีหรอก แต่คนอื่นเหรอ ประมาณว่านู๋จะกลับบ้านแล้ว...

 

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักคน มากมาย ทั้งดีและไม่ดี

ขอบคุณเวลาที่ทำให้มีเพื่อนดีๆ มากมาย

ขอบคุณเวลาที่ทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีระหว่างพวกเรา

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้เจอพี่ชายคนนั้น ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นานก้อเหอะ

ขอบคุณเวลาที่ทำให้ได้รู้จักหนุ่มน้อยสองคน

(เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย ก้อจะให้เกี่ยวอ่ะมีรัยม่ะ)

 

ps.ว่าแต่เมื่อไรชุดใหม่จะออกค๊า อยากฟังแล้วล่ะ

    ได้ข่าวว่าเพราะมากเลยนิ 555

    ละครก้ออยากดู อีกเดือนกว่าๆ จะได้เห็นคนพูดไม่ชัดแล้ว...

 

 

ประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถาม

สองอาทิตย์นี้ไปเรียนมา อาทิตย์ละสองวัน

ก้อหนุกดี แต่ชอบที่เป็นปฏิบัติมากกว่า เขียนโปรแกรมมันก้อเพลินดี เวลามันเดินเร็ว

แต่ตอนเรียนทฤษฎีนี้สิ เศร้าเลย มันง่วงนอนมากมาย กาแฟวันละสองแก้วก้อเอาไม่อยู่

ก้อไปเจอพี่ๆ ที่เค้ามาจากหน่วยต่างๆ เยอะอยู่ set นี้ มีเรียนอยู่ 40 คนได้มั้ง

ก้อไปเจอพี่คนนึง ถามว่าจบอะไร จบที่ไหน  ทำไมไม่เรียนต่อ เรียนได้แล้วน่ะ

ไอ้นี่แหละคือประโยคเดิมๆ ที่คนชอบถามจริงๆ

(เพราะปีนี้ โดนคนถามประโยคนี้มาไม่น้อยกว่า 10 คนแล้ว)

เฮ้อ ประโยคเดิมๆ ฟังมาเยอะแล้วบางทีมันก้อเบื่อน่ะ

แต่มันก้อทำให้เรากลับมาคิดว่า ถึงเวลาหรือยัง คำแนะนำของพี่ๆ บางคน

ก้อทำให้เรารู้สึกว่า เรียนได้แล้วน่ะ ถึงเวลาแล้ว ซึ่งจริงๆ มันก้อถึงเวลาแล้ว

ถึงเวลานานแล้วด้วย

แต่คำถามเดิม ที่เคยคิดให้กับตัวเอง

จะเรียนอะไรล่ะ เรียนคอมฯ ต่อเหรอ หรือเรียน MBA

ถามว่าสองอย่างนี้ต่างกันใหม่สำหรับเรา ตอบได้เลยว่าต่างกัน

คอมฯ เราเอามาใช่กับการทำงานในปัจจุบันเลยแหละ ถ้าคิดจะยังอยู่ที่ศูนย์ฯ เนี่ยต่อไป

MBA ไม่มีประโยชน์กับเรา ณ วันนี้ แต่อนาคตถ้าคิดจะโตกว่าการที่จะอยู่แค่ศูนย์

        อันนี้จำเป็นกว่า

ความรู้สึกเราให้เลือกเรียนอะไร ก้อคงขอเลือกแค่สองอย่างนี้แหละ แต่จะเรียนอะไรล่ะ

แต่มีผู้ใหญ่บางคนมาบอกว่า ให้เรียนอะไรก้อได้ไม่ต้องเป็นสองอันนี้หรอก

ให้ได้ชื่อว่าจบโทไว้ก่อน

สำหรับเรามันไม่ใช่อ่ะ เรียนไปแล้วเอาไปใช่ประโยชน์ไม่ได้เนี่ย แล้วจะเรียนไปทำไม

เสียเงิน เสียเวลา เพื่อได้ใบปริญญามาอีกหนึ่งใบเหรอ เราว่ามันไม่ใช่สำหรับเราเลย...

 

*** เมื่อวันจันทร์ไปเรียนก้อมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย

       ไฟไหม้ชั้นที่เรียนพอดีเลย แต่คนละด้านกัน เราเรียนด้านหลัง

       ไฟมันไหม้เกือบด้านหน้าตึก แต่เจ้าหน้าที่บนตึกเค้าดับทัน

       แค่มีกลิ่นไฟหลงเหลือนิดหน่อย

       เฮ้อ กำลังจะเข้าโหมดงานหนักอีกแล้ว

       ช่วงนี้งานประดังกันเข้ามาเลย ทั้งถนัดแล้วก้อไม่ถนัด

       แต่ก้อดีแล้วล่ะ งานเยอะดีกว่าไม่มีงาน

       เพราะเวลาไม่มีงานนี้มันไม่สนุกเลยมันเซ็ง...

*** ว่าแต่สงสารคนแก่ที่บ้านจริงๆเลย คิดถึงหลานชายจะแย่

       หลานไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว คุณปู่ก้อเหงาเลย

       คุณหลานทั้งสองก้อไปโรงเรียนกว่าจะกลับมาหาปู่ก้อเย็นแล้ว

       เฮ้อ...กลับมาเร็วๆ นะพี่ชายขา....สงสารปะป๊าอ่ะ

 

*** ว่าแต่น้องป่วยเป็นไรเนี่ย หายเร็วๆ นะครับ เป็นห่วงจริงๆ น๊า

       ไอ้ข่าวก้อลงกันจะรายวันเลยในเน็ตเนี่ย ก้อด่าน้องซะจนไม่มีดีเลย

       จนตอนนี้พอเห็นแค่หัวข่าวกะรูปน้อง ก้อไม่คลิกเข้าไปแล้ว สงสารอ่ะ

       ละครน้องจะออนแอร์ สิงหาฯ อยากดูแล้ว ดูทีเซอร์แล้วคิดถึงคนพูดไม่ชัด...

       อยากดู รัก/สาม/เศร้า อ่ะเดี๋ยววันเสาร์ก่อน อยากดู....

 

 

เรียน..อบรม..ประชุม

เรียน อบรม ประชุม

ตั้งแต่ต้นเดือนมา ชีวิตช้าน มีแต่ เรียน อบรม ประชุม

และก้อต้องทำงานให้เสร็จ วันนี้วันเดียวก้อประชุมไป 2 รอบแล้ว

ฟังๆ เถียงๆ คุยๆ สรุป เครียดบ้าง หัวเราะบ้าง...ขำๆน๊า

พรุ่งนี้ก้อต้องไปเรียนอีกแล้ว จะเป็นไงบ้างหว่า...

(เก็บความรู้มาใช้ทำงานให้ได้มากที่สุด...สู้ สู้ 555)

 

เมื่อก่อนเคยคิดว่าถ้าเราทำงานแล้วก้อคงไม่ต้องเรียนอีกแล้ว...สบาย

ไม่ต้องอ่านหนังสือแล้ว ไม่ต้องสอบ...ดีใจมาก

ชอบอ่านหนังสือแต่ไปชอบการบังคับ

อย่างหนังสือเรียนตอนเรียนไม่อยากแตะเลย

แต่พอเรียนจบ กลับไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน...คนเราน่ะ (มีใครเป็นแบบนี้มั้ยค๊า)

 

แต่เราคิดผิดแฮะ เพราะตั้งแต่ทำงานมา 6 ปี แล้ว

ดิช้านก้อยังได้ไปเรียนตลอดที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง สารพัดหลักสูตร

ต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา 

แถมต้องเรียนไอ้โปรแกรมที่ไม่เคยเรียนจาก ม. อีกต่างหาก

เรียนเองบ้าง ถามพี่ๆ บ้าง มันก้อเอาตัวรอดมาได้ตลอดซิน่า

ไม่ถึงกับดี แต่มันก้อพอใช่ได้น๊า...

 

จะบอกว่า เบื่อ เซ็ง ก้อ ไม่ถูกนัก บางครั้งมันก้อสนุก

กับการไปเรียน เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ก้อบอกตัวเองว่า ถ้ายังอยู่ ณ ตรงนี้ จุดนี้

ก้อต้องเรียนกันไปตลอด เพราะคอมฯ มันไม่หยุดนิ่ง

มันพัฒนาไปเร็วมากๆ 

เหมือนที่เค้าให้ทำใจว่า ถ้าเข้าไปซื้้อคอมฯ สักเครื่อง

วันนี้ เดือนหน้า หรืออาทิตย์หน้า

คอมฯคุณก้ออาจจะตกรุ่นแล้วก้อได้ จริงมั้่ย

 

^____________^

 

ps. ว่าแต่พ่อให้ต่อโทเนี่ย เมื่อรัยจะยอมเรียนสักกะที

          พลัดไปเรื่อยๆ สักวันจะเสียใจ

          (เตือนตัวเองแล้วน่ะ เริ่มคิดได้แล้ว...)

          อีกนิดนะค่ะปาป๊า...

 

 

 

ผิดคาด...

 

 

T______________T

 

ทำไมอาทิตย์นี้มัน  "ผิดคาด"  ไปหมด

 

ตั้งใจจะทำรัยก้อไม่ได้ทำ ลืมบ้าง อะไรบ้าง

 

จะไปทำรถ ก้อลืมนัดศูนย์ฯ

 

จะไปงาน comma